คำนิยม คำนำ - Inside หนังสือ Behind The Song The Story

8/18/07 7:19 AM



คำนิยม คำนำ - Inside หนังสือ Behind The Song The Story

คำนิยม

นอกจากจะเป็นนักศึกษาแพทย์ วิทยาลัยแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต เอิ้น-พิยะดา หาชัยภูมิ ยังเป็นนักแต่งเพลงมืออาชีพ เพื่อหารายได้ในการครองชีพและสนับสนุนการศึกษา หลังจากที่คุณพ่อเสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับ 1 วันก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย เอิ้นทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำทั้งในการทำงานและการเป็นนักศึกษา แต่การแบ่งเวลาที่ดีทำให้เธอประสบความสำเร็จ

ปัจจุบัน เธอเป็นนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้าย เป็น Extern ซึ่งเป็นปีการศึกษาที่หนักสำหรับการศึกษาวิชาแพทยศาสตร์ ต้องเตรียมพร้อมที่จะสอบเป็นบัณฑิตแพทย์ และสอบใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งสำคัญมากในการประกอบวิชาชีพแพทย์ต่อไปในอนาคต ขณะนี้เธอเป็นนักแต่งเพลง นักร้อง ที่สำคัญ เธอเป็น นักสู้ชีวิต ไม่ท้อถอย อดทน และได้ถ่ายทอดส่วนหนึ่งของชีวิตเธอในหนังสือเล่มนี้ Behind The Songs : The Story ที่เยาวชนสมควรอ่าน และนำไปเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำรงชีวิตต่อไป

ศาสตราจารย์คลินิก (พิเศษ) แพทย์หญิงบุญเชียร ปานเสถียรกุล คณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต


คนนี้หรือ? น้องเอิ้น นี่คือคำถามที่เจอหน้ากันครั้งแรก เพราะเรารู้มาว่าน้องคนนี้แต่งเพลงดังมากมาย แถมยังเรียนหมออีก เป็นไปได้ยังไง? ...บ้า! ไม่จริ๊ง ไม่จริง แถมหน้าตาน่ารักอีก เหมือนนางเอก Seasons Change อะไรอย่างนี้ วิธีการแต่งเพลงก็แปลกๆ มาฮัมเพลงอะไรก็ไม่รู้ แต่พอแต่งเสร็จ เพลงโคตรเพราะ เนื้อหาโคตรดี ทำอย่างนี้ได้ไง อยากรู้ว่าน้องเขาใช้อะไรบันดาลใจในการเขียนเพลง หรือว่าตอนผ่าตัด หรือว่าตอนทำคลอด หรือว่าตอน... ฯลฯ หรือตอนทำหมัน แล้วให้ชื่อเพลงว่า ทำหมันเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ เจ็บท้องแบบซ้ำๆ แต่ตอนนี้เขาเขียนหนังสือแล้ว ดีใจด้วย ผมว่าหนังสือเล่มนี้โคตรดี และโคตรขายดีเลยเชื่อสิ... รักก็คือรักนะจ๊ะน้องเอิ้น
เกียรติศักดิ์ อุดมนาค


คำนำสำนักพิมพ์

มองจากระยะไกล, ก่อนหน้านี้ผมเคยผ่านหูเคยผ่านตามาบ้างว่า เอิ้น-พิยะดา หาชัยภูมิ เป็นนักแต่งเพลงที่เป็นนักศึกษาแพทย์ไปพร้อมๆ กัน ในด้านการเรียน เธอคือนักเรียนทุน เป็นนักเรียนทุนพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เป็นตัวแทนคนเดียวของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนในด้านงานเพลง เธอก็มีเพลงดังมากมาย อย่างเช่น คำถาม, อยากมีสิทธิ์ใช้คำว่ารัก ของท๊อฟฟี่, เพื่อนรัก ของเอิน กัลยากร, รักเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ ของลูกปัด, เจ็บซ้ำซ้ำ, เลือกเป็นคนที่รักเธอ ของแอน ธิติมา และเพลงละครโทรทัศน์อีกหลายเรื่อง แค่นี้ก็นับว่าเธอเป็นคนที่น่าสนใจไม่เบา

...ก็คนอะไรจะเอาดีได้ทั้งศาสตร์และศิลป์ถึงขนาดนี้! มองใกล้เข้ามาอีกหน่อย, ตอนที่ผมได้สัมภาษณ์เธอเพื่อลงนิตยสาร Hamburger เป็นการสัมภาษณ์ครั้งเล็กๆ ที่สนุกไม่น้อย เอิ้นตัวจริงเป็นคนน่ารัก เป็นกันเอง และพูดเก่งถึงเก่งมาก แต่ว่าถ้อยคำของเธอไม่น่าเบื่อเลย ระหว่างเรื่องราว มีมุขตลกแทรกอยู่เป็นช่วงๆ และระหว่างมุขตลกก็คือเรื่องราวที่น่าสนใจของหญิงสาวคนหนึ่งที่ชีวิตผ่านเรื่องเศร้าๆ สุขๆ มาไม่น้อยกว่าใคร บอกได้ว่าเอิ้นผ่านบทเรียนและแบบทดสอบของชีวิตมาไม่เบา แต่เธอดูแลตัวเองในช่วงที่ผ่านมาได้ดี ทำคะแนนชีวิตได้เกรดดีมาตลอด ฟังแล้วก็อยากให้น้องๆ รุ่นตามๆ มาได้รู้จักเรื่องราวของเธอเอาไว้ แล้วก็คงจะดีเหมือนกัน ถ้าเรื่องราวเหล่านี้ได้ผ่านการบอกเล่าด้วยภาษาแบบเป็นกันเองของเจ้าตัวเหมือนที่ผมไปได้ยินมา
มองเข้ามาระยะใกล้ที่สุด, ผมมาได้รู้จักกับเธอแบบสนิทขึ้นอีกหน่อยก็ตอนที่เธอเอางานเขียนมาให้ดู เอิ้นบอกผมว่าเป็นเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังเพลงต่างๆ ในอัลบั้ม Behind The Songs ซึ่งเพิ่งออกวางขายไม่นาน ผมอ่านแล้วก็เห็นวี่แววอะไรบางอย่าง เลยยุให้เธอเขียนให้มากขึ้นอีก เพิ่มเรื่อง ขยายเรื่องออกไปอีกให้ครอบคลุมไปถึงเรื่องเศร้าๆ สุขๆ ในชีวิตที่ผ่านมา เติมแง่มุมที่เธอคิดได้ผ่านบทเรียนต่างๆ เรื่องเบื้องหลังวิธีการแต่งเพลง แรงบันดาลใจ แล้วก็เลยไปถึงเรื่องชีวิตนักศึกษาแพทย์ที่น่าจะมีใครหลายๆ

คนอยากรู้อีกด้วย เอิ้นเขียนๆ แก้ๆ อยู่หลายรอบ จนผมนับถือในความพยายาม (แต่จริงๆ ผมก็ไม่ควรแปลกใจมากกับความพยายามระดับนี้ ถ้าวัดจากความสำเร็จในชีวิตเธอวันนี้) ระหว่างนั้นผมก็ได้พูดคุยทำความรู้จักกับเธอเยอะขึ้น เลยได้รู้ว่าเธอเป็นคนมีครีเอทีฟมากมาย มีพลังล้นเหลือ สามารถจัดเวลาในชีวิตได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด แถมยังรู้จักการเลือกคบมิตรสหายดีๆ อีกด้วย (ครับ, จริงๆ ก็ไม่ควรแปลกใจอีกนั่นแหละ ถ้าวัดจากระดับความสุขในชีวิตของเธอ) แล้วที่เคยประทับใจว่าเธอเป็นคนน่ารักเป็นกันเองเมื่อแรกเจอนั้น ต้องขอยืนยันอีกทีว่าเอิ้นเป็นอย่างนั้นเสมอต้นเสมอปลายครับ
หนังสือเล่มนี้ทำให้ความฝันเล็กๆ ของผมสำเร็จเป็นจริง (จริงๆ ควรจะเน้นว่าความฝันของเธอก็เป็นจริงด้วย แต่เธอมีความฝันที่เป็นจริงเยอะกว่าผมตั้งมากมายแล้วนา คราวนี้ขอผมแสดงความดีใจกับความฝันของตัวเองสักครั้งนะครับ) ในที่สุดผมก็สามารถเห็นเธอบอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง ในภาษาแบบของเธอ ที่ครอบคลุมทั้งเรื่องชีวิต ความคิด เรื่องผู้คนที่เธอพบเจอ เรื่องแต่งเพลง เรื่องประสบการณ์ของนักศึกษาแพทย์ ครบถ้วนทุกกระบวนความเลยล่ะ อ่านแล้วเหมือนได้นั่งฟังเอิ้นเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ จนเราค่อยๆ สนิทสนมกับเธอมากขึ้นๆ แล้วก็นึกชื่นชมเธอ ได้แง่คิดจากเธอ อย่างน้อยที่สุด คุณก็ต้องรู้สึกเหมือนพบเพื่อนใหม่ที่น่าสนใจ และอย่างมากที่สุด คือคุณอาจถึงขั้นตกหลุมรักคุณหมอนักแต่งเพลงคนนี้ไปเลยก็ได้
ไม่ว่าอย่างไร, คุณจะต้องรู้สึกดีที่ได้รู้จักกับเธอในระยะใกล้ชิดเข้าไปถึงเบื้องหลังชีวิตและความคิดแน่นอนครับ ...ผมมั่นใจ วิภว์ บูรพาเดชะ


คำนำผู้เขียน

ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เอิ้นจัดป็นเด็กช่างฝันคนหนึ่ง (คุณแม่ว่าอย่างนั้น) อยากเป็นโน่นอยากเป็นนี่ตามคนนั้นคนนี้มากมาย แต่การเป็นนักเขียน กลับไม่เคยติดอันดับใดๆ ในบรรดาความฝันนั้น อาจเพราะเอิ้นเป็นคนที่ขึ้นชื่อว่าเรียนภาษาไทยไม่ได้เรื่อง แถมภาษาอังกฤษยังอ่อนแออีกต่างหาก แต่โชคดีที่ฟ้ามีเมตตาส่งพรสวรรค์ในการเขียนเพลงมาให้ เลยทำให้ไดอารี่ชีวิตของเอิ้นไม่เหมือนใคร เพราะมันคือบทเพลง
แต่ด้วยข้อจำกัดของคำว่าเพลง จึงทำให้เอิ้นไม่สามารถบอกเล่าเรื่องราวความประทับใจต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเอิ้นได้หมดครบทุกอย่าง
ในขณะที่เอิ้นกำลังทำอัลบั้ม Behind The Songs ซึ่งเป็นอัลบั้มเพลงที่นอกจากจะเป็นไดอารี่ในชีวิตของเอิ้นแล้ว Behind The Songs ยังถือเป็นปริญญาทางการทำเพลงในชีวิตของเอิ้น โดยไม่ต้องเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยใดๆ แต่อย่างที่บอกว่าบทเพลงซึ่งมีความยาวเพียง 3-4 นาที มันไม่เพียงพอสำหรับความสุข ความเศร้า ความเหงา และความรักของคนที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้มา 25 ปี นี่จึงกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ช่วยจุดประกายความฝันที่เอิ้นไม่เคยนึกถึงมาก่อน นั่นคือการเขียนหนังสือ
การเตรียมตัวเองให้พร้อมก่อนออกเดินทางไปหาโอกาสและความฝัน เป็นคติที่เอิ้นใช้เตือนใจตัวเองอยู่เสมอ และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน

นอกจากเพลงแต่ละเพลงในอัลบั้มแล้ว เอิ้นยังพยายามนั่งเขียนความทรงจำดีๆ อันเป็นที่มาของเพลงเพลงนั้น รวมถึงเรื่องราวความประทับใจที่เอิ้นอยากจะเล่าเก็บไว้อีกด้วย แล้วการที่ได้มีโอกาสนั่งพูดคุยกับพี่วิภว์ บูรพาเดชะ บรรณาธิการชื่อดังแห่ง Hamburger ประโยคที่บอกพี่วิภว์ว่า พี่คะ เอิ้นอยากทำหนังสือ ก็เหมือนกับการได้พาตัวเองมาพบโอกาสจริงๆ เอิ้นพูดโดยไม่ได้คาดหวังว่าเวลาอันน้อยนิดที่เหลือจากการเรียนแพทย์และการทำเพลง จะเพียงพอทำให้หนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ แต่อย่างน้อยเอิ้นก็ได้เริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ อย่างน้อยก็ได้เรียนรู้ อย่างน้อยก็ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก แล้ววันนี้ทุกอย่างก็เป็นความจริงกลาย เป็นหนังสือ Behind The Songs : The Story เล่มนี้ค่ะ

และด้วยความที่เป็นคนดนตรี คิดจะทำหนังสือทั้งทีก็เลยต้องเป็นหนังสือที่มีเสียงเพลงด้วย ในหนังสือเล่มนี้จึงมีซีดีที่บรรจุ 6 เพลงพิเศษ ทั้งที่แต่งขึ้นมาใหม่และเพลงที่เอิ้นเคยแต่งให้กับโครงการต่างๆ เช่นโครงการรณรงค์เด็กไทยไม่กินหวาน และที่สำคัญเอิ้นยังได้แอบทำความฝันเล็กๆ ของตัวเองอีกหนึ่งอย่าง นั่นคือการได้เขียนเพลงให้นักร้องอย่างพี่ปิงปอง-ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์ ร้องในเพลง คนที่ถูกลืม
สุดท้ายการที่ได้มีผลงานออกมาไม่ว่าจะเป็นอัลบั้ม Behind The Songs : by เอิ้น พิยะดา หรือหนังสือ Behind The Songs : The Story ก็มักจะนำมาซึ่งคำถามที่ว่า คาดหวังอะไรกับผลงานที่ออกมา เอิ้นตอบได้ทันทีเลยว่า เอิ้นอยากให้ทุกคนได้เห็นผลผลิตของคำว่าพยายาม เพราะเอิ้นเชื่อว่าขอแค่เราพยายาม ทุกอย่างย่อมเป็นไปได้
พิยะดา หาชัยภูมิ